แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียมสอบ กพ. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เตรียมสอบ กพ. แสดงบทความทั้งหมด

9 กรกฎาคม 2558

เตรียมสอบกพ. อนุกรม

เตรียมสอบ กพ. กับยายจุ๋ม เรื่องที่มีอย่างแน่นอนและจะเจอทันทีที่เปิดกระดาษข้อสอบหน้าแรกเลย ก็คงจะเป็น "อนุกรม" ส่วนใหญ่ถ้าเชี่ยวชาญเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้กับการสอบของหลายๆ สนามทั้งของ กพ. และสนามสอบของรัฐวิสาหกิจ สนามสอบทุน etc, สรุปคุ้มค่ามากแก่การฝึกให้เชี่ยวชาญค่ะ

วิธีการที่จะทำอนุกรมได้ดีและเร็วคือการฝึกทำโจทย์เยอะๆ  แล้วเราจะรู้วิธีและแนวทางการคิดของโจทย์ในทันทีที่เห็นโจทย์ ก็พอจะเดาออกว่ามันควรใช้วิธีใด

ข้อสอบอนุกรม จะมีทั้งอนุกรมแบบง่ายๆ และแบบซับซ้อน สองชั้นสามชั้นกันเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะถ้าเรามีความสนุกกับมันและทำโจทย์มามากพอแล้ว ให้มากี่ชั้นเราก็อ่านออกทะลุปรุโปร่ง
ลองตัวอย่างกันสักหน่อย
1)  2 4 6 8 10...... แน่นอนว่าตัวต่อไปก็คือ 12 หลักการคิดก็คือ การนำเลขคู่มาเรียงกันนั่นเอง ถ้าเห็นแบบนี้เด็กอนุบาล 2 คงพอจะตอบได้น่ะ แต่นั่นแหละการเรียนรู้ต้องเริ่มจากง่ายไปหายาก เช่นเดียวกันกับปัญหายิ่งเราแก้ปัญหาง่ายๆ ได้สำเร็จมากๆ สุดท้ายปัญหาใหญ่ๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาเล็กๆ ไปด้วยเช่นกัน
ตอนที่เราอ่านและ ฝึกทำโจทย์เรื่องนี้อยู่ก็อีกนั่นแหละเพื่อนๆ เราไปหาข้อสอบอนุกรมจากอินเตอร์เน็ทที่มีอยู่มากมายมานั่งทำ ประมาณ 50 ข้อเห็นจะได้ปริ้นมาเลยเอาแบบที่มีเฉลยและวิธีการคิดด้วยน่ะ ซึ่งมันจะช่วยให้เราเห็นแนวทางการคิดได้ดีทีเดียว

แถม...อีกอันหนึ่งอันนี้เราเจอมาในข้อสอบอื่นที่ไม่ใช่ กพ. แต่อยากแชร์ไว้เป็นความรู้เผื่อกพ. จะนึกสนุกเอามาออกบ้าง
97552 92575 95725 95257..... ตัวต่อไปคืออะไร
.....
แต่น แต้น แต๊นนนน  97552
อันนี้มันจะเป็นข้อสอบอยู่ในชุดตัวเลขช่วงแรกๆ  จำได้ว่าเราเสียเวลามากพอควรเพราะมัวแต่ไปคิดหาวิธีบวก ลบ คูณ หาร มาถึงบางอ้อเอาตอนท้ายก็คือว่า มันเป็นการเรียงตำแหน่งตัวเลขสลับไปมาโดยระบบเดียวกันทั้งชุด คล้ายๆกับพวกแบบทดสอบไอคิว...นะ

30 มิถุนายน 2558

เตรียมสอบ กพ. การเรียงประโยค

ฉบับนี้ยายจุ๋มไม่ได้มา แต่ฝากมาบอกว่าเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ กพ.อยู่นะคะ ที่สำคัญอย่าเครียดไปที่เดียวเชียวเพราะความเครียดนั้นมักจะสร้างปัญหามากกว่าสร้างปัญญานะเออ..

การสอบ กพ. จะแบ่งออกเป็นความรู้ความสามารถทั่วไปทางคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยส่วนของคณิตศาสตร์และภาษาไทยนั้นจะรวมอยู่ในชุดเดียวกัน ในส่วนนี้คะแนนที่เราต้องทำได้คือมากกว่า 60 % ขึ้นไป ก็จะถือว่าสอบผ่าน และส่วนที่หลายคนกลัวหรืออาจจะพลาดถ้าไม่แม่นจริงก็คงจะเป็นตรงส่วนของภาษาไทยนี้เอง (เราเองก็เคยพลาดเหมือนกัน)

เพราะฉะนั้นเราจะต้องชัวร์ในหลักการ ม๊ะ..มาลุยกันเลย
เอาเรื่องการเรียงประโยค เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ยากแต่ต้องอาศัยทริคนิดหน่อยที่จะช่วยให้ทำข้อสอบได้ง่ายและมั่นใจขึ้น

หลักการเรียงประโยคก็คือ ประธาน+ กริยา+ กรรม เท่านี้เอง ที่เหลือก็เป็นพวกที่ไปขยายตรงนั้นตรงนี้

ลำดับขั้นตอนวิธีการดูตามนี้เลย เราเห็นว่าวิธีการนี้เขียนไว้ดีและเข้าใจง่ายอยู่แล้วก็เลยขอยกมาแล้วปรับเพิ่มให้ดูง่ายขึ้น   (ดัดแปลงจาก : http://www.slideshare.net/valrom/ss-2982993) 


ขั้นที่ 1 (การหาประโยคแรก หรือประโยคที่ 1) มีหลักดังนี้

     1. ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “การ”
                -   การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองต้องได้รับอนุญาต
                -   การวิ่งออกกำลังกายดีต่อสุขภาพ

    2. หาคำนามเฉพาะ (ถ้ามี  2 คำ ให้เอานามที่มีความหมายกว้างขึ้นต้นเสมอ
                -   โครงสร้างการปกครองของประเทศไทยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
                -   ยูนานเป็นดินแดนแห่งภูเขา
  
    3. หาประโยคที่มี เครื่องหมายคำพูด “.......”
                -   คำว่า “ตำรวจ” ไม่ปรากฏแน่ชัดว่านำมาใช้ครั้งแรกเมื่อใด

    4. ใน + คำนาม
                -   ในเนื้อของถ่านหินยังมีสารอนินทรีย์เจือปนอีกหลายอย่าง
                 เนื้อที่ตามมาเป็นคำนาม

    5. เพื่อ (ใช้ขึ้นต้นได้ถ้าดูประโยคอื่นแล้วเห็นว่าไม่น่าจะใช้ได้)

     คำเชื่อมห้ามนำมาขึ้นต้นประโยคเลยเป็นอันขาดนะ เช่น กับ แต่ และ ซึ่ง ที่ ฯลฯ

ขั้นที่ 2 (การหาประโยคสุดท้าย หรือประโยคที่ 4) มีหลักดังนี้
        1. ................. เป็นต้น
                 -   เช่น น้ำ น้ำมัน และลม เป็นต้น
        2. ..............ทั้งหมด, .................ทั้งสิ้น
                 -   ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด
        3. ...............ด้วย, ..................อีกด้วย
                 -   พลอยได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย
         4. ...............มากที่สุด, ................มากยิ่งขึ้น
                 -   เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
         5. ช่วงเวลา เช่น ปี พ.ศ. (ถ้าขึ้นประโยคแรกไม่ได้ให้ไว้ประโยคสุดท้าย)

ขั้นที่ 3 (การหาประโยคที่ 2 หรือ ประโยคที่ 3) ข้อสอบมักชอบออกแบบนี้ วิธีการหามีดังนี้
         1. ถ้าข้อความสุดท้ายของประโยคเป็นคำนาม ประโยคที่ตามมาจะต้องเป็นคำสันธาน คำ
             สรรพนาม หรือ คำกริยา
                  ตัวอย่าง
                   -    สมองเป็นส่วนประสานการทำงานของตาและหู (หูเป็นคำนาม)
                   -    กับการทำงานกับอวัยวะอื่น (กับ เป็นคำสันธานหรือคำเชื่อม)

          2. ประโยคแรกเป็นข้อมูลทั่วไป ประโยคที่ตามมาจะต้องเป็นประโยคที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
                   -   เขาไปโรงเรียน      ----------     เขาไปโรงเรียนมหาดไทย


เรามาลองดูโจทย์กัน

ตัวอย่างจาก แบบทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย

ข้อความใดเป็นลำดับที่ 3
  
  
  
  



ลองทำโจทย์สัก 10 ข้อก็พอจะเห็นแนวแล้วค่ะ


เมื่อวานเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งในนั้นมีข้อความของ ซาราซาเต้ นักไวโอลินผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากสเปน ขออนุญาตยกประโยคของเค้ามาเลยน่ะ  "Genius! For thirty-seven years I've practiced fourteen hours a day, and now they call me a genius." เท่านี้เองค่ะ ที่ความเก่งกาจต้องการก็คือ คนที่มุ่งมั่นฝึกฝน ความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่คนที่ฝึกแตะ 10,000 ท่าทุกวัน แต่เป็นคนที่ฝึกท่าเดียว 10,000 ครั้งทุกวันต่างหาก (อันนี้คำพูดใครหว่า..อัลไซเมอร์ซะแล้ว)

ไม่มีใครล้มเหลวเพราะลงมือทำ มีแต่ล้มเหลวเพราะหยุดทำนะคะ สู้ๆค่ะ







เฉลยข้อนี้คือ ข้อ 2 เป็นประโยคที่ 3 ค่ะ

17 มิถุนายน 2558

10 เรื่องเด่นที่ออกสอบ กพ. มีอะไรบ้างมาดูกัน

ครั้งที่แล้วโพสต์เตรียมตัวสอบ กพ.อย่างไรให้ผ่าน วันนี้เราก็เลยอยากจะเขียนเพิ่มให้อีกถ้าหากว่ามันจะช่วยให้เพื่อนๆ สอบผ่านกันอย่างสบายๆ หรืออย่างน้อยก็เป็นแนวทางในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ลดความกังวล อะไรได้บ้างอ่ะ กับ 10 เรื่องที่มักจะออกสอบ กพ. เสมอ..อย่างที่บอกว่าเราสมัครสอบไป 3 ครั้ง ต่อเนื่องกันก็เห็นมันออกสอบตลอดนะ

ทีนี้มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

10 เรื่องเด่นที่มักเจอในการสอบ กพ.

1. อนุกรม มันจะอยู่ข้อแรกๆ เลยทีเดียวใครทำใจไม่ได้หรือไม่ถนัดเปิดข้ามไปก่อนเลยน่ะ บางคนมั่วแต่สนใจหาคำตอบกับอนุกรมที่บางข้อก็ใช้เวลานิดเดียวก็ได้คำตอบ แต่บางข้อเสียเวลามากทีเดียว แบบนี้จะทำให้เราทำข้อสอบไม่ทันน่ะ วิธีที่ทำกันทั่วๆ ไปก็คือหาเวลาเฉลี่ยเพื่อทำโจทย์แต่ละข้อให้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด
 2.เงื่อนไขทางภาษา อันนี้มาเป็นโจทย์ยาวๆ เลยทีเดียว ออกแน่นอนยากง่ายแต่ะปีไม่ค่อยเท่ากันน่ะ แต่มา 5 ข้อตลอด ใครที่ไม่คุ้นชินกับการตอบคำถามประเภทจริง เท็จ ไม่แน่นอน เน้นว่าทำความเข้าใจกับการคำตอบให้เข้าใจน่ะ 
 3. คณิตศาสตร์ทั่วไป แบบพวกบัตรอวยพร แจกการ์ด จับมือ ปักเสา หาหัวสัตว์ ขาสัตว์ แบ่งกำไร ขาดทุน 
4. เงื่อนไขทางสัญลักษณ์ ออกเสมอ 5 ข้อ การตอบเหมือนเงื่อนไขทางภาษา 
5.  กราฟ ตาราง และแผนภูมิ ออกเสมอ 5 ข้อ ที่เจอมาเป็นตาราง อาจจะเป็นให้ข้อมูลการท่องเที่ยว และให้หาสัดส่วนปีนั้นกับปีนี้บ้าง ผลกำไรบ้าง 
6. การวิเคราะห์เหตุผลทางโอเปอร์เรต อันนี้ลองทำโจทย์สักยี่สิบข้อก็พอจะรู้แนวทางหาคำตอบได้ล่ะ 
7.การเรียงประโยค 
8.การสรุปความ ตีความ สาระสำคัญ โจทย์จะมีบทความมาให้สั้นยาว ถ้ามีเทคนิคและเตรียมตัวดีดี จะทำให้หาคำตอบได้เร็ว เน้นต้องมีสมาธิ ตอนเราสอบครั้งที่สอง เราเสียสมาธิช่วงนี้ก็
9.บทความสั้น
10.บทความยาว

ส่วนภาษาอังกฤษ
มีเติมคำในช่องว่าง แกรมม่า  คำศัพท์ Reading

เดี๋ยวคิดอะไรได้เพิ่มจะมาเขียนเพิ่มเติมให้อ่านใหม่นะ
ตอนนี้มีเวลาว่างก็อ่านหนังสือบ้าง ฟังเพลงบ้าง ชิวๆ น่ะอย่าเครียดๆ


หรือจะลองทำข้อสอบ กพ. ออนไลน์  


[ แบบทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย ]
[ แบบทดสอบ ปริญญาตรี – ปริญญาโท ]
[แบบทดสอบ ปวช. – ปวส. ]





ทำไมจึงควรจะสอบผ่าน กพ. ภาค ก. ให้ได้ในครั้งแรก



4 เหตุผลที่ทำไมคุณจึงควรจะสอบผ่าน กพ. ภาค ก. ให้ได้ในครั้งแรก 
 

1 ครั้งแรกนั้นจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความกังวล ความวิตกจริต และทั้งหมดนั้นมีความมุ่งมั่นรวมอยู่ด้วย เว้นเสียแต่ว่าคุณจะถูกพ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ เพื่อน หรือใครก็ไม่รู้บังคับให้สอบและคุณเองไม่อาจจะทำใจให้ตัวเองเกิดความรู้สึกที่อยากจะสอบให้ผ่านให้ได้


2 การสอบ กพ. ภาค ก จะเปิดสอบเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านก็ต้องรอปีถัดไป และการรับสมัครสอบภาค ข.ของหน่วยงานราชการต่างๆ จะขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านภาค ข แค่เพียงปีละครั้ง หรือ สองปีครั้ง ซึ่งหมายความว่า คุณจะพลาดโอกาสในการสอบครั้งๆ นั้นไปด้วย


3 ข้าราชการส่วนใหญ่จะรับสมัครผู้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี เพราะฉะนั้นหากคุณเริ่มต้นเสียตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี โดยประมาณว่าเรียนจบอายุ 22 ปี คุณจะมีโอกาส สอบ กพ. ภาค ข และ ภาค ค เพื่อเข้าสู่การบรรจุเป็นข้าราชการ ถึง 13 ปี มากพอที่จะทำให้คุณสามารถสอบติดที่ไหนสักทีแน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ คุณไปเริ่มต้นกับบริษัทเอกชน หรือนั่งทำงานส่วนตัว ตามหาความฝัน จนมาถึงวันหนึ่งที่คุณอยากจะเปลี่ยนอาชีพมารับราชการทำงานเพื่อแผ่นดิน ตอนที่อายุของคุณก็เริ่มมากแล้วคุณก็จะมีเวลาน้อยลงไปอีก


มีพี่คนนึง ทำงานเอกชนมาตลอดในตำแหน่งที่ดีทีเดียว แต่แล้ววันหนึ่งเกิดเจ็บป่วยแบบที่ต้องพักหยุดงานยาวๆ และไม่สามารถไปทำงานแบบนั้นได้อีกต่อไป จึงต้องลาออกมา เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นเธอก็คิดที่จะหางานใหม่ อยากทำงานราชการ ทำให้เธอต้องไปสอบ กพ. ตอนนี้เธอมีอายุ 34 ปีแล้ว นั่นหมายความว่าเธอมีเวลาครั้งเดียวเพื่อที่จะสอบ กพ. ให้ผ่าน เพื่อนำผลไปใช้สมัครสอบภาค ข ภาค ค ต่อไป โดยเธอจะพลาดไม่ได้เลยสักครั้งเดียว ถ้าคุณอยู่ในสถานะการณ์แบบนี้มันคงจะกดดันมากใช่ไหม แต่ก็เอาอยู่รู้ว่าเตรียมตัวสอบ กพ.อย่างไร ให้ผ่าน


4. หมดความมุ่งมั่น เพื่อนๆ เราบางคนที่สอบไม่ผ่านในครั้งแรกมักล้มหายตายจากไปจากการสอบ กพ. หรือบางคนที่จิตใจไหวหวั่นมากเกินไปต่อเป้าหมายที่อยากจะชูธงในอนาคต ก็มักจะอยากๆ หายๆ หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ ความมุ่งมั่นที่จะสอบให้ผ่านไม่มากพอและประเมินข้อสอบ กพ.ต่ำไปจึงมักไม่ค่อยเตรียมตัวสอบอะไรมาก และสุดท้ายก็สอบไม่ผ่าน และไม่ไปสอบอีกเลย


เพราะฉะนั้นรีบสอบให้ผ่าน กพ. ภาค ก เพื่อจะได้เดินหน้าสู้ต่อใน ภาค ข และ ภาค ค. ต่อไป

15 พฤษภาคม 2558

เตรียมตัวสอบ กพ. อย่างไรให้ผ่าน

ช่วงนี้ก็เข้าสู่ช่วงของการเตรียมสอบ กพ. อีกครั้งสำหรับคนที่อยากจะสมัครเข้าสอบแข่งขันราชการ
ในฐานะที่เป็นคนหนึ่ง ที่สอบผ่าน กพ. มาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อยากมาเล่าให้ฟังว่าเราเตรียมตัวสอบ กพ. ให้ผ่านได้อย่างไร .

เราได้ยินเพื่อนๆ ไปสอบกันแต่ไม่เคยคิดอยากสอบเองเลย มีอยู่ปีนึงน้องสมัครสอบ แล้วก็เอาหนังสือมานั่งอ่านเราก็ไปช่วยทำโจทย์อนุกรมกับน้องน่ะ อ่อ มันเป็นข้อสอบที่สนุกดีที่เดียว ไม่ยาก แต่ก็ท้าทาย
เลยเริ่มสนใจสอบเองบ้างมี 3 ปีที่แล้วเราก็เลยลงสมัครสอบ ตอนนั้นเรียนจบป.โทพอดีก็เลย สมัครสำหรับป.โท เพราะคิดว่ามันคงจะรวมตรีด้วยมั้ง...

ทิ้งระยะเวลาระหว่างช่วงสมัครกับสอบนานพอดูเลยทีเดียวแต่เราก็ไม่คิดจะอ่านหนังสือหรือดูข้อสอบสักตัว ไม่ใช่เพราะคิดว่าตัวเองเก่งหรืออะไรหรอกน่ะ เพราะเราอยู่ห่างไกลกับคำว่าเก่งหลายกิโลนัก แถมยังมียอดเขาสูงกั้นอีกต่างหาก..ปาดเหงื่อที พยายามจะคบหากับคนเก่ง เพราะจำมาจากภาษิตที่ว่า "คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล"  บางก็ว่าอยากรวยก็ต้องคบคนรวย อยากเป็นอย่างไรก็พาตัวเองงเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้น อะไรแบบนี้ แต่มันก็ได้ผลน่ะ แต่โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟัง ตอนนี้ขอเป็นเรื่องการสอบ กพ. ก่อน

เล่ามาตั้งนานยังไม่เข้าเรื่องเลย...
บอกไว้ก่อนนาาา....นี้เป็นเทคนิคที่เราใช้ตอนสอบครั้งแรก
1. อ่านหนังสือหนักมากพอสมควรประมาณสองสามชม. ต่อวัน สิบวันก่อนสอบ
2  หาหนังสือคู่มือสอบกพ.มาอ่านเราซื้อมาจากร้านหนังสือในตัวเมืองสตูลน่ะ ...แต่ใครจะซื้อจากที่ไหนก็ได้ตามสะดวก

(เล่านิดหนึ่ง ตอนนั้นเราต้องออกสำรวจภาคสนามจังหวัดสตูลพอดี และกลับมาจากสนามจะมีเวลาประมาณ 1 อาทิตย์เราก็จะเข้าสนามสอบ กพ. ต่อ ก็เลยต้องไปหาซื้อหนังสือที่นั้น ..อืมมันเป็นอย่างนี้นี่เอง)

3. หลังจากเปิดหนังสือเล่มหนาเราก็นั่งทำข้อสอบไปเรื่อยๆ และมีความคิดว่าเราไม่มีทางสอบผ่านได้หรอกถ้าทำแบบนี้

ช่วงนั้นมีเพื่อนๆ แซวว่าขยันจริ้ง..คือว่างก็อ่านๆ น่ะ  กลัวเสียหน้าถ้าสอบไม่ผ่าน อิอิ เลยต้องคิดหาวิธีอื่นที่จำทำให้สอบผ่านกพ.

4. เราทราบมาว่าการสอบ กพ. นั้นต้องการคะแนน 60 เปอร์เซ็นจึงจะถือว่าสอบผ่าน
5.  List เรื่องที่ออกสอบทุกปี และบางปีออก บางปีไม่ออก ใส่ในสมุดเตรียมสอบของเราหน้าแรกเหมือนเป็นสารบัญเลย
6. กลับไปนั่งดูว่าเรื่องไหนที่ออกตลอดและออกหลายข้อ ซึ่งคร่าวๆ สำหรับเราก็จะมีเรื่อง อนุกรม 5 ข้อตลอด เงื่อนไขทางสัญลักษณ์ เงื่อนไขทางภาษา คณิตศาสตร์ทั่วไป พวกปักหลัก จับมือ แจกบัตรอวยพรอะไรทำนองนี้จะออก และค่อยข้างจำง่าย เก็บสูตรไว้ในใจด้วยการหาโจทย์หลายๆ แบบมาลองทำ
เราเน้นที่คณิตศาสตร์น่ะ  เพราะน่าจะเห็นผลได้ชัดเจนกว่า แต่ภาษาไทยก็ไม่ทิ้ง แค่แอบท้อ..คริคริ
ลองทำโจทย์ดู ตอบไปคนละทิศทางกับที่เค้าเฉลยทุกที....ถ้าไม่จำผิดข้อสอบมี 80 ข้อน่ะ

ตอนนั้นเราก็นั่งคิดเป็นเปอร์เซ็นออกมาแล้วอย่างน้อยเราได้ 48 ข้อ แต่เอาให้ชัวร์ต้องสักหกสิบ หรือจะห้าสิบก็ยังไหว...แบบคนชอบลุ้น เผื่อคิดผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย

7.เข้าสู่โหมดของการฝึกฝนเรื่องที่เราชอบและถนัด หรือคิดว่าทำได้ดี ก็เน้นไปที่เรื่องนั้น ส่วนเรื่องไหนไม่ชอบ ไม่พร้อม ไม่อยากทำ ที่สำคัญมีออกบางไม่ออกบ้าง ลืมมันไปเลย

8. เรื่องไหนที่เป็นเทพแล้ว ก็เอาปากกาไปติ๊ก หรือจะวาดการ์ตูนสวย..เอาไว้ในหัวข้อเรื่องนั้น ที่เราลิสท์ ไว้หน้าแรกในสมุดเตรียมสอบเลย และฝึกเรื่องอื่นต่อไป จนมั่นใจว่าเพียงพอแก่การสอบผ่านแล้วก็หยุด

9.เราทำความเข้าใจวันละเรื่อง บางวันก็ 2 เรื่อง แต่เราไม่อ่านปนกันน่ะ เพราะสมองเรามันจะเอ๋อ..แยกไม่ออกขึ้นมาทันทีถ้ารับข้อมูลมากเกินไป แต่ถ้าใครอัดได้ก็ตามสะดวกเลยค่ะ

10.ไปสอบข้อนี้สำคัญมาก...เพราะถ้าไม่ทำข้อนี้ไม่ผ่านแน่นอน  อย่าลืมเอาดินสอ 2ฺB ขึ้นไปสองแท่งก็ได้ ยางลบ ปากกาด้วยไหม? บัตรประจำตัว บัตรเข้าสอบ ไปให้เรียบร้อย เพราะคนสอบเยอะ ก็ต้องเผื่อเวลาการเดินทางนิดนึง ถ้าจะให้มั่นใจก็ศึกษาเส้นทาง สถานที่สอบให้ชัวร์จะได้ไม่ต้องมั่วและตื่นเต้นเหมือนเรา

เมื่อปีที่แล้วเริ่มมีการสอบเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรก ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่เราไปสอบ  เค้าจะให้เราสอบวิชาความรู้ทั่วไปก่อน และพักประมาณ 15 นาทีไปห้องน้ำได้น่ะคะ เรายังลงไปเข้าห้องน้ำเลย ผ่อนคลาย ยืดเส้น ยืดสายหน่อย แล้วก็มาสอบภาษาอังกฤษอีก 25 ข้อ ปีที่แล้วภาษาอังกฤษก็จะเป็นการเติมคำทำประโยคสนทนาให้สมบูรณ์  จำไม่ค่อยได้ล่ะ แต่เพื่อนๆลองฝึกทำในเว็ป กพ.ก็ได้น่ะ เราว่ารอบที่แล้วที่สอบภาษาอังกฤษในเว็ปกพ. ยังยากกว่าข้อสอบจริงอีกน่ะ ต้องส่วนภาษาอังกฤษเค้าต้องการ 50 เปอร์เซ็นต์ จึงจะถือว่าผ่าน

ยังไงก็สู้ๆ ละกัน ที่พูดมาเพราะเทคนิคนี้ทำให้เราสอบผ่าน กพ. ในครั้งแรกที่ไปสอบน่ะ
แต่ครั้งที่ 2 เราไม่ผ่านอ่ะ ....อ่อ แล้วเราไปสอบครั้งที่ 2 อีกทำไม ยังไม่พอยังมีครั้ง 3 ด้วย ไว้ครั้งหน้าจะเล่าให้ฟังค่ะ

ขอบคุณยายจุ๋มมากๆ ด้วยที่ช่วยดุว่าให้เราอ่่านหนังสือ แถมยังเป็นเดือดเป็นร้อนพาเราไปสอบอีก..
และขอให้เพื่อนๆ ที่มาอ่าน blog นี้สอบผ่านทุกคนนะคะ......


10 เรื่องเด่นที่มักเจอในการสอบ กพ.
เตรียมสอบ กพ. การเรียงประโยค